ภาษา

ประวัติโรงเรียน

          ในช่วงปี พ.ศ. 2484 - 2487 ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานที่ต่าง ๆ ในพระนครซึ่งรวมทั้งโรงเรียน อัสสัมชัญ (บางรัก) ได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดอย่างหนักโรงเรียนจึงต้องปิดทำการสอนชั่วคราว คณะภราดาเห็นว่าถ้าขืนอยู่ในพระนครอาจได้รับอันตรายจึงได้พยายามหาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อเปิดทำการสอนต่อไป ในราวเดือนพฤศจิกายน 2485 คณะภราดาจึงได้ตัดสินใจอพยพนักเรียนส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กกำพร้าและนักเรียนประจำซึ่งมีภูมิลำเนาอย ู่ต่างจังหวัดที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้าน ได้มาเปิดทำการสอนที่ศรีราชาชั่วคราว คณะภราดา ครูและนักเรียนรุ่นแรกเรียกกันว่า “รุ่นบุกเบิก” ต่างช่วยกันแผ้วถางพื้นที่ป่าให้เป็นโรงเรียน เปลี่ยนไร่ตะไคร้เป็นไร่สับปะรดจนกลายเป็นไร่สับปะรด เอ ซี ที่มีชื่อเสียงเป็นอันมาก และนำผลผลิตจากไร่จำหน่ายเป็นรายได้มาจุนเจือโรงเรียนและเลี้ยงดูนักเรียนในระหว่างสงคราม

          ปลายปีพ.ศ. 2486 สงครามโลกสิ้นสุดลง โรงเรียนอัสสัมชัญ(บางรัก) ทำการเปิดสอนตามเดิม แต่อาคารนอนของนักเรียนประจำถูกทำลายได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงไม่สามารถย้ายเด็กกำพร้าและนักเรียนประจำจากศรีราชากลับไปอยู่ที่พระนครได้ จำเป็นต้องเรียนที่ศรีราชาต่อไป ประกอบกับเยาวชนในท้องถิ่นสมัครเข้าเป็นนักเรียนไป-กลับจำนวนมากขึ้น คณะภราดาจึงตัดสินใจเปิดทำการสอนอย่างจริงจัง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2487 โดยมีภราดาเทโอฟาน (ชิน บุณยานันทน์) เป็นอธิการผู้ก่อตั้ง และได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้จัดตั้งโรงเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2491 ได้รับรองวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2493

          โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาเป็น 1 ใน 14 สถาบันของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ปัจจุบันเปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเปิดสอนในระบบสหศึกษา)รับนักเรียนทั้งประเภทประจำ และไป-กลับ

          จาก “โรงเรียนกลางป่า” ในเบื้องแรกกลับกลายมาเป็นอุทยานการศึกษาที่กว้างใหญ่งดงาม ร่มรื่น ตระการตา ในเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ เพียบพร้อมด้วยโสตทัศนูปกรณ์อันทันสมัย เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนให้ทันต่อความก้าวหน้าของโลกยุคปัจจุบัน เป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ผลิตเยาวชนรุ่นแล้วรุ่นเล่าให้กลายมาเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่ายิ่งต่อสังคมไทยทุกวงการ

ปรัชญา
1. จุดหมายของชีวิต คือ การรู้จักสัจธรรมความจริง  และการเข้าถึงธรรมอันสูงส่งอันเป็นบ่อเกิดของชีวิต
2. มนุษย์ทุกคนต้องทำงาน ความวิริยะอุตสาหะ  เป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ (Labor Omnia Vincit)

คติพจน์ของโรงเรียน
ความวิริยะอุตสาหะ นำมาซึ่งความสำเร็จคำขวัญ ความรู้คู่คุณธรรม นำสังคมสู่ความดี Knowledge Cum VirtueCreates An Ideal of Societyปณิธาน เราชาวอัสสัมชัญศรีราชาต้องตั้งมั่นในคุณธรรมของศาสนาต้องเชื่อมั่นในคุณค่าและศักดิ์ศรีของคนต้องมุ่งมั่นในความเป็นเลิศด้านศิลปวิชาการต้องยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม

นโยบายโรงเรียน
1. พัฒนาเด็กนักเรียนให้เป็นบุคคลทั้งครบ คือ พัฒนาร่างกาย     สติปัญญา อารมณ์ และจิตใจ ภายในบรรยากาศของเสรีภาพและความรัก
2. ปลูกฝังความรักต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นวิถีชีวิต    ของคนไทยในระบอบประชาธิปไตย รู้จักรักษาศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของชาติ
3. เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการและการปฏิบัติ การเจนจัดทางภาษา คณิตศาสตร์     และวิทยาศาสตร์ อันจะช่วยให้นักเรียนเป็นคนมีทักษะ มีเหตุผล มีความคิดเป็นตรรกะ     มีระเบียบวินัยต่อตนเอง เป็นคนมีทรรศนะกว้าง รู้จักใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น    เพื่อพัฒนาภาวะแวดล้อมและคุณภาพของชีวิตมนุษย์
4. เน้นการปฏิบัติและการปลูกฝังค่านิยมของการเคารพในสิทธิต่อกันและกัน และการผนึกกำลัง ทำความดีร่วมกันพัฒนาชุมชนที่ตนอาศัยอยู่โดยการศึกษาและเข้าใจวัฒนธรรม และมรดกทางวัฒนธรรมของตนเองของชุมชนและชาติเพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมสันติภาพ  และความเข้าใจอันดีระหว่างมวลมนุษย์คติพจน์ของโรงเรียน  ความวิริยะอุตสาหะ นำมาซึ่งความสำเร็จ

ความหมายของคำว่า "อัสสัมชัญ"

อัสสัม       มาจากคำว่า  "อาศรม"   แปลว่า "ที่อยู่ของนักพรต"
ชัญ          มาจากคำว่า  "ชญญ"   แปลว่า "ความรู้"

อัสสัมชัญ   เป็นคำไทยแปลได้ความว่า "ที่อยู่ของความรู้" อัสสัมชัญ   มาจากภาษาอังกฤษ  ASSUMPTIONมีความหมายทางคริสตศาสนาคือ การได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ของพระนางพรหมจารีมารีอา พระมารดาของพระเยซูคริสเจ้า เป็นคำยกย่องถวายเกียรติแด่พระนางฯ ผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของโรงเรียนสีประจำโรงเรียน สีแดง-ขาว ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นสน